Blogroll

วันศุกร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2559

ดีท็อกซ์


ดีท็อกซ์
รายงานทางการแพทย์ การดูแลรักษาสุขภาพรูปแบบใหม่ คือการใส่ใจในลำไส้ 90% ของความเจ็บป่วยมีต้นเหตุมาจากลำไส้ มนุษย์ทุกเพศทุกวัย สิ่งแรกที่ต้องทำเป็นกิจวัตรในเวลาตื่นนอน คือ อาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน สระผม เพื่อทำความสะอาด และชำระสิ่งสกปรกภายนอกร่างกาย แต่สิ่งสำคัญมากไม่แพ้กัน คือการทำความสะอาดภายใน ส่วนมากเรากลับมองข้ามไปตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบัน เราเคยชำระล้างภายในกันบ้างหรือไม่..? เราได้กำจัดและขับสารพิษกันบ้างหรือเปล่า...?

ในอดีตเมื่ออายุยังน้อย ร่างกายยังแข็งแรง อวัยวะทุกส่วนทำงานได้ตามปกติ แต่เมื่ออายุมากขึ้นสุขภาพร่างกายเสื่อมลง ระบบต่างๆ ทำงานได้ไม่เต็มที่ การกำจัดสารพิษทำได้น้อยลง ร่างกายเริ่มอ่อนแอ เช่น เริ่มปวดศรีษะ ปวดเมื่อย เหนื่อยง่ายอ่อนเพลีย จนกระทั่งลุกลามใหญ่โตเป็นโรคร้ายเกินการควบคุม หยุดพักสักนิดให้เวลากับชีวิต โดยการล้างสารพิษที่ตกค้างในร่างกาย ที่ได้รับจากอาหาร อากาศ น้ำ สารเคมีที่เป็นพิษ

การล้างพิษ (Detoxify) คือการขับสารพิษออกจากร่างกาย ปกติแล้วเมื่อคนเราได้รับสิ่งแปลกปลอมเข้าร่างกาย กลไกต่างๆ ภายในร่างกายจะทำหน้าที่ขจัดออกมา แต่หากได้รับมากเกินไป และสะสมเป็นเวลานานร่างกายไม่สามารถขับสารพิษเหล่านั้นออกได้หมด ตัวอย่างเช่น เมื่อเรารับประทานอาหารเข้าไป เกิดการย่อยสลาย ทำให้เกิดคราบตกค้างอยู่ตามผนังลำไส้ และหมักหมมจนกลายเป็นสารพิษ ปิดกั้นไม่ให้ร่างกายรับสารอาหารได้เต็มที่ และลำไส้เราต้องดูดสารพิษร้ายเหล่านั้น เข้าสู่ระบบไหลเวียนโลหิตเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ดังนั้นการขจัดของเสียและสารพิษออกจากร่างกาย ก็เหมือนการฟอกชำระล้างระบต่างๆ โดยเฉพาะระบบการย่อยดูดซึมอาหาร และระบบไหลเวียนโลหิตให้พ้นจากสภาวะเป็นพิษ หลักการย่อยสลายของอาหารเหล่านั้น ลำไส้ใหญ่จะทำหน้าที่ในการดูดซึมสารอาหารที่ตกค้างมานาน ย่อยทำให้เกิดมีของเสียสะสม โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการท้องผูก หรือไม่ถ่ายเป็นเวลานานๆ หลายครั้ง
คนเหล่านี้มักจะเกิดการสะสมของเสีย และเมื่อมีการดูดซึมของลำไส้ใหญ่ ก็จะทำให้ร่างกายได้รับพิษจากของเสียนั้นไปด้วยของเสียเหล่านั้นมักเป็นที่มาของโรค เช่น ท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอ ปวดท้อง ปวดศรีษะ คลื่นเหียนอาเจียน เวียนศรีษะ มีไข้ต่ำๆ เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ ปากแห้ง ปากเหม็น ร้อนใน ปวดเมื่อยตามร่างกายบ่อยๆ ร้ายไปกว่านั้น คือโรคมะเร็งลำไส้ และมะเร็งตับ การล้างพิษ (Detoxification)
การล้างพิษ (Detoxification)
Detox คือ การกำจัดท็อกซินออกจากร่างกาย

ท็อกซิน คือ พิษ (สารพิษ) ซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาทางเคมีในร่างกายเรา เกิดได้หลายวิธี
- เกิดจากการกินที่ผิดๆ
- เกิดจากระบบต่างๆ ในร่างกายของคนเราบกพร่อง หรือแม้แต่ความเครียด ก็สร้างท็อกซินให้เกิดขึ้นได้ พูดง่ายๆ คือ “การกินและการปฏิบัติตัวผิดๆ ในชีวิตประจำวัน ทำให้เกิดท็อกซินในตัวเรา”
ดีท็อกซ์ (DETOX)
เป็นการนำสารพิษออกจากร่างกายของเราให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้ตกค้างอยู่ในร่างกายจนกลายเป็นพิษเป็นภัยต่อสุขภาพเป็นการทำความสะอาด และขจัดสิ่งสกปรก ของเสีย กากอาหาร รวมทั้งสารพิษที่ตกค้างอยู่ในลำไส้ให้หมดไป เนื่องจากของเสียเหล่านี้ มักถูกขับถ่ายออกไม่หมด เพราะลำไส้เรายาวหลายเมตร ทั้งยังขดตัวไป-มาไม่ว่าเราจะรับประทานอะไรเข้าไปล้วนมีโอกาสติดค้างอยู่ในลำไส้ทั้งสิ้น
อาหารที่รับประทานเข้าไปแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ
- อาหารที่มีเส้นใย ได้แก่ ผัก ผลไม้ และธัญพืชต่างๆ
- อาหารที่มีเส้นใยน้อยหรือไม่มีเลย เช่น เนื้อสัตว์ ไขมัน แป้งขัดขาว ฯลฯ
ในแต่ละวันการรับประทานอาหารที่ถูกต้อง ควรรับประทานอาหารจำพวก ผัก ผลไม้ 80% และควรรับประทานอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ 20% แต่ในกิจวัตรประจำวันทำได้น้อยมาก

สำหรับอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ เมื่อย่อยแล้วจะจับตัวกันจนเหนียว ทำให้เคลื่อนผ่านลำไส้ลำบาก และเกาะติดอยู่ตามผนังลำไส้ไม่ยอมเคลื่อนตัวเข้าสู่ระบบขับถ่ายปกติ ทำให้เกิดอาการท้องผูก ถ่ายลำบาก และกากอาหารที่เกาะติดตามผนังลำไส้เหล่านี้เป็นแหล่งเพาะเชื้อแบคทีเรีย ก่อให้เกิดการบูดเน่า เกิดสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย และเป็นจุดเริ่มต้นของโรคต่างๆ เช่น โรคทางเดินอาหาร ท้องผูก ท้องอืด ท้องเฟ้อ ผายลมบ่อย อาหารไม่ย่อย ท้องเสีย ลำไส้ใหญ่อักเสบ จนถึงการมีกลิ่นปาก กลิ่นลมหายใจเหม็น แผลในปาก ลมพิษ หอบหืด และโรคภูมิแพ้ ฯลฯ ด้วยเหตุนี้การล้างลำไส้จึงเป็นแนวทางในการล้างพิษออกจากร่างกาย
ทำไมต้องดีท็อกซ์
การล้างลำไส้ จะช่วยทำความสะอาด และขจัดสิ่งสกปรกของเสีย กากอาหาร รวมทั้งสารพิษที่ตกค้างอยู่ในลำไส้ให้หมดไปเนื่องจากของเสียเหล่านี้ มักถูกขับถ่ายออกได้ไม่หมด จึงตกค้างอยู่ในลำไส้ บางครั้งจะเกาะติดอยู่ตามผนังลำไส้เป็นตะกรันเป็นอุจจาระ เนื้อเยื่อของเซลล์ที่ตายพยาธิ และน้ำเมือกที่ถูกสะสมไว้ สิ่งเหล่านี้จะเป็นผลร้ายต่อร่างกายจนทำให้เกิดอาการต่างๆ ของโรค เช่น ท้องผูกเรื้อรัง ถ่ายยาก สิ่งเหล่านี้จะเป็นผลร้ายต่อร่างกายจนทำให้เกิดอาการของโรคต่างๆ